REVIEW

รัก ๓ เศร้า

posted on 25 Jun 2008 00:45 by renkaoru  in REVIEW

เมื่อคืนท่องคันจิถึงตี ๕
มีสอบตอน ๙ โมงครึ่ง
เป้โทรมาตอนเกือบๆ ๑๐ โมง ถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
ไอ้เรนแหกปากเสียงดังลั่น "เฮ้ย ! โธ่เอ๊ย..."

อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนอ่านถึงตี ๕
ปรากฏว่าโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเองที่นอนไม่พอ
ก็เลยไม่ได้ไปสอบ แถมต้องทำตัวเนียน ไม่สบาย หยุดไปเลย ๑ วัน
ชีวิตเซ็งมาก ประเหมือนว่า ตกต่ำจนถึงขีดสุด
ไม่อยากขาดวิชาตอนบ่าย แต่ช่วยไม่ได้
ยืนตกใจกับชีวิตตัวเองอยู่ ๑๐ นาที หลังจากนั้นก็ทำใจได้ ยืนหัวเราะอยู่คนเดียว
กูเป็นบ้าไปเลย...คันจิทำชีวิตกูพังพินาศไปเลยทันที -__-"

แต่ว่าตอน ๔ โมงครึ่ง นัดเป้ไปดู รัก ๓ เศร้าที่เอสพลานาดกัน
จุดประสงค์จริงๆของเป้คือ ไปกิน McDonald
ส่วนจุดประสงค์จริงๆของเรนคือ ไปกินชาเขียวที่ Cafe Kaldi
ส่วนเรื่องดูหนังเหมือนเป็นของแถม ค่าบัตรถูกกว่าพาราก้อนอีก เริ่ด !

กินกันอยู่ ๒ คน แต่ฟาดไป ๒ เซ็ต
ฟิชเบอร์เกอร์คนละ ๒ อัน เฟรนช์ฟรายซ์ ๒ กล่อง โค้ก ๒ แก้ว
จริๆคือมีบัตรลดเลยไม่บันยะบันยังกันเลย ^^;; โคตรอิ่มอ่ะ แต่รู้สึกเหมือนไม่อร่อย
เบอร์เกอร์อันที่ ๒ มาแบบเค็มมาก เหมือนใครทำตกลงไปในเกลือ (แต่ก็หมด -_-;;)
ได้เวลาหนังเข้าก็แวะซื้อไอติมชาเขียวของคาลดิกิน มันขึ้นมาอันละ ๑๕ บาทแล้วหง่า
ตะก่อนกินแรกๆแค่ ๙ บาทเอง แต่ว่าก็ยังอร่อยเหมือนเดิม ขมๆ ไม่หวานเลย โคตรชอบ

ตอนดูหนังเกิดแอคซิเด้นท์นิดหน่อย เพราะคนข้างๆทำโทรศัพท์หาย
ก็ช่วยเค้าหา (คนดีมากๆ) เงยหน้ามาอีกที อ่าว..หนังเริ่มแล้วนิ -_-?
สำหรับเรื่องนี้ เรนให้ ๓.๙ เต็ม ๕ ...ก็เสียน้ำตาให้หนังดีๆไปตามๆกัน
ในพันธ์ทิพย์บอกเรื่องนี้ใช้คำพูดหยาบคายไปหน่อย
แต่เรนว่ามันไม่เห็นหยาบตรงไหน เพื่อนกันพูดอย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติ
ถ้าหนังสร้างมาให้ตัวละครที่เล่นเป็นเพื่อนรักกัน พูดจาประนีประนอมกันซะเว่อร์
เรนว่าอย่างนั้นควรจะอคติมากกว่า เพราะสื่อถึงเสแสร้งของจุดประสงค์ไปหน่อย

คือเดินออกมาจากโรง เรนก็นึก Schedule ของตัวเองในหัวทันทีเลย
แบบว่าพยายามหาวันว่างๆกลับมาดูเรื่องนี้อีกรอบที่ ๒
เรนว่าก้อยกับพีคแสดงดีมากเลยน่ะ แต่ก้อยจะไปสะดุดตรงฉากเต้นที่เต้นไม่ค่อยได้
โคตรอยากให้มีฉากที่เป้ไปต่อยคนที่ข่มขืนก้อยเลย
แล้วก็อยากให้ตอนจบเป้หันไปรักก้อย โอย...คือชีวิตจริงเรนชอบคู่นี้ ^^;;

ออกมาจากโรงก็แวะซื้อ Azuki Green tea Milk ที่ Cafe Kaldi กินอีกแก้ว ^^b
มันขึ้นราคามาตั้งเยอะ ขนาดใช้บัตรลดแล้วก็ยัง ๕๐ กว่าบาทแหน่ะ T^T
แต่ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ชาเขียวขมๆ ตอนนี้เลยหาเวลาแบกโน้ตบุ้คไปนั่งเล่นที่ร้านอยู่ ^^;;
เดินลงมาข้างล่าง เรียกแท็กซี่กลับหอ นั่งอยู่ในรถ ขำจนปวดท้องเลย -_-"
กลับถึงหอ รีบกินยาแก้ปวดหัวเลย เดาเอาว่าน่าจะเพราะกินชากับกาแฟเข้าไปเยอะ
คือจริงๆวันนี้เป้ไปบอกมินาโตะเซ็นเซย์ให้ ว่าเรนเป็นไมเกรน ปวดหัวมาก เลยต้องหยุด
เรนฟังแล้วยังขำ แต่ก็เออ ไม่ได้คิดอะไร
ที่ไหนได้...

ไปๆมาๆก็เสือกปวดขึ้นมาจริงๆ

อย่างนี้เค้าเรียกว่ากรรมตามสนอง
ตอนนี้ต้องกินยาทุกวัน เพราะไม่งั้นจะปวดมาก ขยับหัวไม่ได้
เหมือนจะน่าสงสารน่ะ แต่น่าทุเรศมากกว่า คนห่าอะไรต้องพึ่งแต่ยา

แต่ยังไม่อยากตายน่ะ

ขอเจอคาโอรุก่อน... ^^" แฮ่ๆ



ปล. รู้สึกว่าหนังไทยสามารถไปฉายตปท.ได้อย่างภาคภูมิใจก็เรื่องนี้เรื่องแรก
หรือเพราะไม่ค่อยได้ดูหนังไทยก็ไม่รู้
จริงๆดูได้หมด แต่ทุกครั้งที่ดูหนังไทย จะรู้สึกทะแม่งๆตรงก.พูดทุกที -_-"
แต่เรื่องนี้ผ่าน มันดูเป็นธรรมชาติ ฟังแล้วไม่สะดุดไม่เบื่อ

เรนเชื่อ ว่าถ้าหนังไทยไม่ยึดติดอยู่กับหนังต่างชาติมาก
ไม่ไปเดินตามตูดต่างชาติเหมือนบอยแบนด์ไทย
วงการหนังไทยจะไปได้รุ่งกว่านี้ (แล้วก็ไม่ใช่ทำแต่หนังตลกกับหนังผีน่ะโว้ย -_-!)